รายได้,อาชีพเสริม,รายได้จากอินเตอร์เน็ต,MLM,รายได้จากเน็ต,ฮิฟ,เซิฟ,Franchise,Investment,Hyip,Surf,Forex,Adword,Google,Adsense,E-gold,E-bullion,E-point,Liberty,Paypal,SME,OTOP ..

เปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายได้จาก true เปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายได้จาก trueเปิดร้านค้าออนไลน์ ลงประกาศโพสฟรีเสื้อผ้าเกาหลี,Preorderเสื้อผ้าเกาหลี,เสื้อผ้าแฟชั่น_ex30May2011 รับทำseo,โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดอันดับหน้าแรก Google

สนใจลงโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิ๊กเลยแหล่งซื้อขาย สินค้า_ex20/5/11 dgjshop.comโปรโมทเว็บไซต์ฟรี,โปรโมทเว็บ,โปรโมท_ex10/6/11สนใจลงโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิ๊กเลย
กลับไปรายการกระดาน โพสต์

ไอเดียแปลก

ไอเดียแปลก

บุญเตือน

"THE REMAKER" กระเป๋ามือหนึ่ง จากผ้ามือสอง

"เรื่องรูปทรงของกระเป๋า อิงแบบทั่วๆ ไปตามท้องตลาด แต่ลวดลาย การจัดวางวัตถุดิบ มีเอกลักษณ์เฉพาะ และในส่วนของสี ลายผ้า จะไม่เหมือนกัน เนื่องจากวัตถุดิบมือสอง หาลายเดียวกันค่อนข้างยาก ซึ่งลูกค้าเข้าใจ และพอใจ เพราะเหมือนกับว่าเขาเป็นคนใช้กระเป๋าลายนี้คนเดียวในโลก"



หลายฝ่ายให้ความสำคัญกับวิธีแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน ต่างรณรงค์ ปลุกระดมความคิด ให้ประชาชนหันมาใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อโลกสวย ด้วยการปลูกต้นไม้ ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติค เช่นนี้เป็นต้น

กับผู้ประกอบการดังจะกล่าวถึง เขามีไอเดียทันสมัย ไม่เชื่อลองดูสินค้า กระเป๋ามากแบบหลากสไตล์ดังเห็นอยู่ ณ ขณะนี้ นอกจากโดดเด่นดึงดูดสายตา ยังมีทีเด็ดดี ตรงความคิด เพราะผู้ผลิตเลือกนำเสื้อผ้าสำเร็จรูปมือสองของเก่า กลับมารีไซเคิล กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ลวดลายสะดุดตา

นอกจากวัตถุประสงค์หลักของผลิตภัณฑ์ สำหรับใส่ข้าวของเครื่องใช้ ยังแอบแฝงความจริงใจ หากสะพายคราใด เหมือนได้ช่วยลดปัญหาโลกร้อน



ก้าวสู่เส้นทางสายอิสระ

ผลิตเสื้อผ้า ส่งชาวญี่ปุ่น

คุณยุทธนา อโนทัยสินทวี หนุ่มหน้าใสวัย 37 ปี เจ้าของความคิดและผลิตภัณฑ์กระเป๋าดีไซน์ทันสมัย ภายใต้ยี่ห้อ "THE REMAKER" เล่าความเป็นมา ถึงอาชีพอันเกิดได้อย่างไม่คาดฝัน ด้วยเพราะชายหนุ่มผู้นี้ ไม่มีความถนัดเรื่องงานประดิษฐ์และการออกแบบ

ในช่วงวัย 20 ปีเศษ คุณยุทธนาดำเนินชีวิตเช่นใครหลายคน ทำงานกินเงินเดือน เป็นพนักงานฝ่ายขายให้กับบริษัทขนส่งสินค้าแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยมีเจ้าของกิจการใหญ่ชาวญี่ปุ่น

รับตำแหน่งลูกจ้าง กระทั่งก้าวสู่ปีที่ 3 จึงสมัครศึกษาต่อ ด้านสื่อสารการประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เพื่อปูทางสร้างโอกาสในการทำงาน และเป็นจริงดังคาดหวัง ตำแหน่งใหม่ขยับปรับเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย

ระยะเวลาล่วงผ่านราว 10 ปีเศษ โอกาสนำพาได้รู้จักชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ซึ่งยึดอาชีพออกแบบเสื้อผ้า "เขาดีไซน์เสื้อผ้าแฟชั่น แล้วจัดจำหน่าย ซึ่งหลังจากพูดคุยเป็นเพื่อนกัน จึงขอให้ช่วยซื้อวัตถุดิบคือผ้า ย่านสำเพ็ง เพื่อส่งไปฝ่ายผลิตในประเทศเกาหลี แล้วนำกลับมาจำหน่ายประเทศญี่ปุ่น"

จากประสบการณ์ทำงานบริษัทขนส่งสินค้า จึงรู้ว่า กรรมวิธีการผลิตที่ต้องส่งผ้าข้ามประเทศ แล้วสุดท้ายนำกลับมาจำหน่ายในประเทศนั้น เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จึงเสนอแนวคิด หันมาเลือกแหล่งผลิตในประเทศไทย เพราะมั่นใจ ฝีมือแรงงาน

เมื่อคำแนะนำหลุดจากปาก เพื่อนชาวญี่ปุ่นยิ้มรับ พร้อมมอบหมายฝ่ายผลิตให้คุณยุทธนา "ตอนนั้นกุมขมับ และคิดว่าไม่น่าเสนอแนะเลย เนื่องจากผมไม่มีความรู้ และประสบการณ์ จึงบอกกลับไปว่า ขอค่อยๆ เริ่ม อย่าโยนงานมามากเกินไป"

ขณะลงมือปฏิบัติจริงจึงรู้ว่าการทำงาน เป็นไปได้ไม่ยากอย่างที่คิด ด้วยเพราะเพื่อนผู้ว่าจ้าง เดินทางมาประเทศไทยเดือนละครั้ง ครั้งละ 1 สัปดาห์ เพื่อสอนกรรมวิธีการทำ ช่วยเลือกซื้อผ้า และวางแผนการดำเนินงาน ตามขั้นตอนต่างๆ

หลายเดือนล่วงผ่าน กิจการขยับขยาย จึงสร้างโรงงานมาตรฐาน ย่านถนนจันทร์ จัดเตรียมซื้อจักรเย็บผ้าเพิ่มนับสิบเครื่อง กับเงินลงทุนส่วนตัวราว 400,000-500,000 บาท และจากพนักงานเพียง 1-2 คน ค่อยๆ ปรับรับเพิ่มรวม 30 ชีวิต

ธุรกิจอิสระดำเนินไปราว 1 ปีเศษ กับรายรับต่อเดือนเกือบล้านบาท แต่แล้วประสบปัญหาไม่คาดฝัน "เมื่อลูกของผู้ว่าจ้าง เข้ามาดูแลแทน จึงย้ายฐานผลิตไปประเทศจีนหมด ซึ่งผมมิอาจโต้แย้ง เพราะไม่ได้ทำสัญญาว่าจ้างไว้ เครื่องจักร โรงงาน แรงงานนับสิบชีวิต คิดแล้วทำให้เครียดเหมือนกัน จะทำอย่างไรดี"



เห็นเสื้อผ้ามือสองของเก่า

เลาะรื้อ ผลิตกระเป๋าใบใหม่

แม้งานผลิตไม่มี แต่ด้วยความห่วงใยพนักงาน และมิอาจไล่ออกได้ จึงจ่ายเงินเดือนนับแสนบาทอย่างต่อเนื่อง "อีกใจหวังว่า สักวันหนึ่งผู้ว่าจ้างจะกลับมาพร้อมออร์เดอร์ใหม่ แต่ความหวังเลือนราง เมื่อย่างเข้าเดือนที่ 4 จึงต้องชี้แจงต่อพนักงาน ซึ่งทุกคนเข้าใจ"

ระหว่างว่างงานอยู่เกือบปี วันหนึ่งแลเห็นเสื้อผ้าสำเร็จรูปมือสองของตนเอง ที่ชอบซื้อมาสวมใส่ จึงเกิดไอเดีย ลองผลิตกระเป๋า เพิ่มมูลค่าสินค้าจากทรัพยากรดังมีอยู่แล้วบนผืนโลก

คิดและผลิตสินค้า แบบนั้นแบบนี้ นับดูอีกทีราว 100 แบบ จึงถ่ายรูปเก็บตัวอย่าง แล้วจัดทำเว็บไซต์ www.triple-pim.com โพสต์ภาพลงเรียงราย สร้างจุดขายบนความแปลกแตกต่าง "ผมไม่มีความรู้เรื่องผลิตกระเป๋า แต่เหมือนเกิดจากประสบการณ์ เมื่อครั้งทำเสื้อผ้าสำเร็จรูป เพื่อนชาวญี่ปุ่นสอนงานให้ค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่เลือกซื้อวัตถุดิบ กรรมวิธีการผลิต ซึมซับการออกแบบมาโดยไม่รู้ตัว หรืออาจเป็นพรสวรรค์ ไม่แน่ใจเหมือนกัน"

ถามถึงสินค้าว่าทำไมจึงเลือกกระเป๋า คุณยุทธนาให้เหตุผล ช่วงแรกคิดผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป เพราะอุปกรณ์พร้อม รู้แหล่งวัตถุดิบ แต่ด้วยช่องทางจัดจำหน่าย ผ่านเว็บไซต์ และหวังกลุ่มเป้าหมายชาวต่างชาติ ซึ่งแต่ละประเทศ ความต้องการ รูปร่างขนาดลำตัว ต่างกัน อันถือเป็นปัญหาหนักใจต่องานผลิต แต่กระเป๋า จัดเป็นสินค้าสากล ขนาดและรูปทรงมีมาตรฐานกำหนดไว้ เพียงแต่ออกแบบให้โดนใจผู้ใช้เท่านั้น

ผมกำหนดคอนเซ็ปต์สินค้าจากผ้ามือสอง โดยเริ่มผลิตตัวอย่าง 100 แบบ ถามว่าทำไมต้องมากขนาดนั้น เพราะเริ่มแรกไม่รู้ความต้องการของลูกค้า ชอบแบบไหน โทนสีอะไร เหมือนเพิ่มทางเลือกให้กับเขา และโอกาสขายได้ก็มากขึ้น แต่นับจากวันโพสต์ภาพลงเว็บไซต์ ต้องรอคอยถึง 3 เดือนกว่า ลูกค้าญี่ปุ่นท่านหนึ่ง ติดต่อขอดูตัวอย่าง และเริ่มสั่งซื้อครั้งแรก 100-200 ใบ หรือคิดเป็นเงินหลักหมื่นบาท"

หลังส่งสินค้าไปตามกำหนดเรียบร้อย ระหว่างนั้นคุณยุทธนายอมรับว่า กดดันและกังวล ด้วยเพราะไม่แน่ใจว่า อนาคตลูกค้าจะผันเป็นขาประจำหรือไม่ และจะมีรายใหม่ สนใจสั่งผลิตอีกหรือเปล่า จวบจนหลายเดือนล่วงผ่าน ผู้ซื้อเริ่มหลั่งไหลต่อเนื่อง

ผลิตสินค้าป้อนตลาดหลายแห่ง อาทิ อเมริกา ญี่ปุ่น โซนยุโรป แม้ยอดสั่งทำต่อครั้งไม่มากชิ้น แต่ยังดีกว่ารับลูกค้าใหญ่รายเดียว เพราะหากบอกเลิกว่าจ้าง นั่นหมายถึงรายได้ทั้งหมดหายไป

สำหรับฝ่ายผลิต คุณยุทธนาเปิดรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต กระทั่งได้พนักงานประจำ 3 คน ช่วยดูแลทำแพตเทิร์น สินค้าตัวอย่าง จัดซื้อวัตถุดิบ รับส่งสินค้า โดยให้อัตราเงินเดือนคนละ 10,000 กว่าบาท

"แรงงานผลิต เปิดหาทางอินเตอร์เน็ต กับอีกส่วนหนึ่ง เดินทางไปติดต่อสำนักงานเขต ซึ่งมีนโยบายช่วยเหลือชาวบ้าน หางานให้ทำ กระทั่งสำนักงานเขตนัดให้มาเจอ พูดคุยกับหัวหน้ากลุ่ม กระทั่งทราบว่าสมาชิกหลายคนเคยเย็บเสื้อผ้ามาก่อน และมีจักรเป็นของตนเอง จึงตกลงว่าจ้าง โดยให้ค่าตอบแทนเป็นรายชิ้น หรือเฉลี่ยหลักหมื่นบาท ต่อเดือน"



คัดวัตถุดิบนำมาใช้

เน้นลวดลายและสีผ้า

คุณยุทธนา เล่าถึงกระบวนการผลิต โดยเริ่มต้นออกเดินทางด้วยรถปิคอัพส่วนตัว ไปซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปมือสอง จากผู้ขายขาประจำในตลาดโรงเกลือ เฉลี่ย 2 สัปดาห์ครั้ง หรือคิดเป็นเงินทุนส่วนนี้ครั้งละราว 20,000 บาท

"คัดแบบชิ้นต่อชิ้น โดยผู้ขายยกกระสอบมาตั้ง จากนั้นเทออกมาเลือก ดูคุณภาพ และลวดลายเป็นหลัก อย่างกางเกงสแล็คโดยทั่วไป สีเรียบๆ ต้องค้นหาที่มีลายผ้า ส่วนเสื้อยืดดูลายสกรีน ว่าอยู่ตรงไหน เตรียมสายวัดไปด้วย กะขนาดลายให้อยู่ในตำแหน่งพอเหมาะกับชิ้นงาน ถ้าเสื้อตัวใดมียี่ห้อ จะไม่ซื้อ เพราะกลัวเกิดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ ฉะนั้นระยะเวลาเลือกวัตถุดิบนานเป็นวัน ในหนึ่งกระสอบ อาจได้สินค้าตามต้องการไม่กี่ชิ้น"

สำหรับวัตถุดิบที่เลือกนำมาผลิต ได้แก่ เสื้อยืด เชิ้ต สเวตเตอร์ เสื้อกันหนาว ยีนส์ กางเกงสแล็ค เป็นต้น กับสนนราคารับซื้อตัวละ 50-100 บาท จากนั้นส่งต่อร้าน ซัก อบ รีด ในกรุงเทพฯ โดยเขาคิดค่าบริการตกตัวละ 10-30 บาท

สะอาดเรียบร้อย นำกลับมาคัดแยก จับคู่สีและลายผ้าตามแบบกำหนดไว้ แล้วส่งไปยังฝ่ายผลิต พร้อมแพตเทิร์น และสินค้าตัวอย่าง

เริ่มต้นเลาะตะเข็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปมือสอง แผ่ให้เป็นผืนกว้าง นำแพตเทิร์นวางบนผ้า แล้วตัดตามแบบ ด้วยกรรไกร ประกอบชิ้นส่วนแต่ละชิ้น เย็บด้วยจักร ใส่อุปกรณ์ อาทิ ซิป ห่วงคล้อง กระดุม ฯลฯ ซึ่งคุณยุทธนาเตรียมจัดส่งให้ผู้ผลิตพร้อมเสร็จ

"ช่วงแรกๆ ของการดำเนินงาน ต้องเข้าไปดูกรรมวิธีการทำอย่างใกล้ชิด แต่ปัจจุบันฝ่ายผลิตเขาชำนาญมากขึ้น พอวางใจได้ แต่เมื่อสินค้าเสร็จแล้ว ต้องตรวจความเรียบร้อย ก่อนส่งถึงมือลูกค้าทุกครั้ง"

คุณยุทธนา ยังเล่าถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ ว่า สิ่งสำคัญที่ควรทำคือ ศึกษาเทรนด์แต่งกาย แฟชั่น ของกลุ่มเป้าหมายในประเทศนั้นๆ ทั้งจากอินเตอร์เน็ต และแม็กกาซีน เพื่อเป็นแนวทาง โดยในหนึ่งเดือนต้องผลิตสินค้าใหม่ๆ ไว้เป็นตัวอย่างให้ลูกค้าเลือกราว 20 แบบ

"เรื่องรูปทรงของกระเป๋า อิงแบบทั่วๆ ไปตามท้องตลาด แต่ลวดลาย การจัดวางวัตถุดิบ มีเอกลักษณ์เฉพาะ และในส่วนของสี ลายผ้า จะไม่เหมือนกัน เนื่องจากวัตถุดิบมือสอง หาลายเดียวกันค่อนข้างยาก ซึ่งลูกค้าเข้าใจ และพอใจ เพราะเหมือนกับว่าเขาเป็นคนใช้กระเป๋าลายนี้คนเดียวในโลก"

ถามถึงหลักวิธีค้าขายกับชาวต่างชาติให้ประสบผลสำเร็จ ชายหนุ่มอัธยาศัยดี ว่า ค่อนข้างยากตรงความต่างของวัฒนธรรม ความคิด และแฟชั่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ต้องศึกษาอย่างละเอียด พิถีพิถัน นอกจากนั้น ต้องมีความซื่อสัตย์ ตรงต่อเวลา สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในใจผู้ซื้อ

สำหรับราคาขาย เริ่มต้นใบละ 300-500 บาท โดยใน 1 เดือน ยอดสั่งซื้อรวมราว 200,000 กว่าบาท หรือคิดกำไรเกือบ 100,000 บาท

คุณยุทธนา ยังกล่าวถึงการสั่งสินค้าว่า ขั้นต่ำแบบละ 100 ใบ เมื่อตกลงราคา และจำนวนเรียบร้อยแล้ว จึงจัดส่งตัวอย่างไปให้ดู กระทั่งได้รับคำตอบตกลง จึงขอเรียกเก็บมัดจำ 30 เปอร์เซ็นต์ นำไปซื้อวัตถุดิบ โดยใช้ระยะเวลาผลิตราว 30-60 วัน เสร็จเรียบร้อย จึงบรรจุสินค้า จัดส่งให้ทางเครื่องบิน ซึ่งลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้



เปิดตลาดในประเทศไทย

เจาะกลุ่มเป้าหมายทำงาน

หลักคิดราคาสินค้า คำนวณจากวัตถุดิบ ค่าแรงงานผลิต และที่สำคัญคือ ค่าความคิด จากนั้นบวกผลกำไร "ถ้าถามว่าช่วงไหนขายดี อาจตอบไม่ได้ เพราะยอดเข้ามาเรื่อยๆ อย่างถ้าฤดูหนาว ลูกค้าสั่งผลิตสินค้าต้อนรับฤดูร้อน แต่ถ้าช่วงฤดูร้อน สั่งผลิตสินค้าเพื่อขายในช่วงฤดูหนาว"

ถามถึงเงินลงทุนกับธุรกิจนี้ คุณยุทธนา ว่า ไม่มาก เพียงจักรเย็บผ้า 1 ตัว เพื่อผลิตสินค้าตัวอย่าง แต่สิ่งสำคัญ ไอเดีย อันถือเป็นต้นทุนทางความคิด กับการประกอบอาชีพนี้ "เมื่อก่อนผมไม่เคยสนใจแฟชั่นเลย เพราะไม่คิดว่าจะเดินสู่เส้นทางสายนี้ แต่ปัจจุบัน แฟชั่นเป็นสิ่งซึ่งติดตามอย่างต่อเนื่อง"

ผลิตสินค้าป้อนตลาดต่างประเทศนานราว 4 ปี โดยลักษณะทำงาน เน้นผลิต โดยติดแบรนด์ของผู้ว่าจ้าง กระทั่งในปีปัจจุบัน คาดหวังกลุ่มเป้าหมายใกล้ตัว จึงสร้างแบรนด์ของตนเอง ในชื่อ "THE REMAKER" ตอบสนองลูกค้าคนไทยให้มีโอกาสชื่นชม และจับจองเป็นเจ้าของได้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ณ ร้าน ล็อฟท์ สยามดิสคัฟเวอรี่

"ลักษณะฝากขาย ส่วนราคาจำหน่าย ตั้งไว้ใบละ 300 กว่าบาท กระทั่งสูงสุดเพียง 1,000 บาทเศษ ซึ่งรูปแบบงานดีไซน์ เน้นวัตถุดิบ เสื้อผ้าสำเร็จรูปมือสองของคนทำงาน อาทิ กางเกงสแล็ค เสื้อเชิ้ต เน็คไท มาผสมผสาน เพื่อให้สอดคล้องกับทำเลตั้งร้าน ตอบสนองกลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา และวัยทำงาน"

คุณยุทธนา ยังกล่าวต่อถึงอุปสรรคว่า "เรื่องการตลาด ถือเป็นปัญหา เพราะช่องทางเข้าถึงลูกค้ายังไม่หลากหลายพอ แต่โชคดีได้สื่อช่วยประชาสัมพันธ์ อย่างกรณีร้านล็อฟท์ ติดต่อเข้ามา เพราะรู้จักสินค้าจากสื่อ ถือเป็นความโชคดีอีกด้านหนึ่ง"

ผู้ประกอบการคนขยัน ยังกล่าวต่อว่า "จริงๆ แล้วสินค้ามีความโดดเด่นในตัวเอง และโดยเฉพาะปัจจุบัน โลกกำลังประสบปัญหาภาวะโลกร้อน คนเริ่มให้ความสนใจใช้สินค้าจากผ้า จากวัสดุไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ฉะนั้น การนำทรัพยากรดังมีอยู่ มาเพิ่มมูลค่า กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เชื่อว่าจะได้รับความสนใจแน่นอน เพียงแต่ต้องหาวิธีให้ลูกค้ารู้จัก ออกแบบให้โดนใจเขา"

คุณยุทธนา ยังกล่าวต่อถึงข้อดีของธุรกิจว่า เท่าที่ทราบ ยังไม่มีรายใดผลิตสินค้าแบบเดียวกันออกวางจำหน่าย โดยเฉพาะจากผ้ามือสอง "คิดว่าวันหนึ่งคู่แข่งอาจเกิดขึ้น แต่เชื่อมั่นว่า ต่างคนต่างมีไอเดีย มีคอนเซ็ปต์เป็นของตนเอง เพราะถ้าทำตามกันโอกาสเติบโตเป็นไปได้ยาก"

สำหรับผู้สนใจหวังก้าวสู่ผู้ประกอบการผลิตจำหน่ายกระเป๋า คุณยุทธนา ฝากคำแนะนำว่า "ถ้าต้องการสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง ควรเริ่มจากตลาดในประเทศก่อน ต่อเมื่อเป็นที่รู้จัก จึงค่อยขยับไปตลาดต่างประเทศ แต่ถ้าอยู่ดีๆ นำสินค้าภายใต้ยี่ห้อของเราไปจำหน่าย ชาวต่างชาติเขาไม่รู้ว่าคืออะไร ผู้ผลิตก็ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่า ทำไมต้องซื้อแบรนด์นี้"

ผู้สนใจท่านใด ต้องการเลือกซื้อกระเป๋ารูปทรงสะดุดตา และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ หมวก รองเท้า จากเสื้อผ้าสำเร็จรูปมือสอง คลิกดูสินค้าได้ที่ www.triple-pim.com หรือติดต่อ บริษัท สามพิม จำกัด หมู่บ้านภัทรา วิลล่า 607/200 ซอยประดู่ 45 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ โทรศัพท์ (02) 689-9043, (081) 731-5869





ข้อมูลจำเพาะ

กิจการ ผลิตจำหน่ายกระเป๋า และผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย

จากเสื้อผ้าสำเร็จรูปมือสอง

เจ้าของกิจการ คุณยุทธนา อโนทัยสินทวี

สินค้า อาทิ กระเป๋า หมวก รองเท้า

วัตถุดิบหลัก เสื้อผ้าสำเร็จรูปมือสอง ซิป กระดุม ตะขอ เป็นต้น

แหล่งซื้อ ตลาดโรงเกลือ สำเพ็ง

ราคารับซื้อ ชิ้นละ 50-100 บาท

ราคาขายสินค้า กระเป๋าใบละ 300 กว่าบาท ถึง 1,000 กว่าบาท

หลักการคำนวณราคาขาย ค่าวัตถุดิบ แรงงานผลิต ค่าความคิด

ลักษณะการขาย ขายส่ง

กลุ่มเป้าหมาย ชาวต่างชาติ อาทิ ญี่ปุ่น อเมริกา ฝั่งยุโรป อังกฤษ

รายได้ เดือนละ 200,000 กว่าบาท

กำไร ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์

จุดเด่นของสินค้า รูปแบบแปลกตา ไม่ซ้ำใคร

ปัญหาอุปสรรค เรื่องการตลาด

แรงงานผลิต จัดจ้างกลุ่มผู้ผลิต โดยให้ค่าแรงเป็นรายชิ้น

วิธีเข้าถึงลูกค้า เปิดเว็บไซต์

สถานที่ติดต่อ www.triple-pim.com หรือติดต่อ บริษัท สามพิม จำกัด

หมู่บ้านภัทรา วิลล่า 607/200 ซอยประดู่ 45

แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ

โทรศัพท์ (02) 689-9043, (081) 731-5869


แหล่งที่มาจาก มติชน

กลับไปรายการกระดาน